ซานเชสโชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เชื่อว่า อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะทีมชาติชิลีจะอำลาทีมในเดือนมกราคมนี้เหตุไม่เคยบอกกับตัวเองว่าต้องการย้ายทีม

ซานเชซ ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้เลยนับตั้งแต่ย้ายจากอาร์เซน่อลมาเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยฤดูกาลนี้ได้ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 5 นัดจาก 12 นัด และเพิ่งทำไปได้เพียงประตูเดียว

เมื่อถูกถามคิดว่า อเล็กซิส ซานเชซ อาจต้องย้ายออกไปหรือไม่ มูรินโญ่ ตอบว่า “ผมไม่คิดแบบนั้นเพราะเขาไม่เคยบอกผมว่าต้องการย้าย และก็ไม่เคยบอกผมด้วยว่าไม่มีความสุขที่อยู่ที่นี่”

“เขากำลังเล่นเหมือนกับทีม กำลังทำได้ดีขึ้นเหมือนกับทีมที่กำลังพัฒนาขึ้น เขากระหายที่จะลงเล่นและต้องการสร้างผลงานเพื่อทีม เขาพยายามปรับตัวเข้ากับแนวทางที่เราเล่นด้วย”

“เขาจะสามารถทำได้ดีกว่านี้หรือไม่นะเหรอ ? เราทุกคนสามารถทำได้ดีขึ้น เขาก็สามารถทำได้ดีขึ้น นักเตะทุกคนก็เช่นกัน” มูรินโญ่ กล่าว

วารานเรอัล มาดริด มีข่าวดีได้ 3 แนวรับตัวหลักฟิตพร้อมลงเล่นในเกมลา ลีกา สเปน ที่ต้องไปเยือนเออิบาร์ในวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. นี้

ซานติอาโก้ โซลารี่ กุนซือเรอัล มาดริดที่ได้สัญญาคุมทีมถาวรหลังทำผลงานได้ดีเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด ประกาศรายชื่อผู้เล่น 20 คนที่จะใช้งานในวันเสาร์นี้ออกมาแล้วโดยที่มี ราฟาแอล วาราน, ดานี่ การ์บาฆาล และ มาร์เซโล่ 3 แนวรัวตัวหลักติดทีมทั้งหมดหลังฟิตสมบูรณ์เต็มที่

อย่างไรก็ตาม ทีมชุดนี้ยังขาดผู้เล่นหลายคนที่บาดเจ็บไม่ว่าจะเป็น เกย์ลอร์ นาบาส, กาเซมีโร่, นาโช่ เฟร์นานเดซ และ เซร์คิโอ เรกิลอน ขณะที่ มาเรียโน่ ดีอาซ และ เฆซุส บาเยโฆ่ หลุดโผเนื่องจากฟอร์มตก

รายชื่อผู้เล่นเรอัล มาดริด ชุดเยือนเออิบาร์ : กูร์กตัวส์, กาซีย่า, ซีดาน, การ์บาฆาล, โอดริโอโซล่า, รามอส, วาราน, ซานเชซ, มาร์เซโล่, บัลเบร์เด้, ยอเรนเต้, โครส, โมดริช, เซบายอส, อีสโก้, อาเซนซีโอ้, บาซเกซ, วินิซิอุส, เบล และ เบนเซม่า

นาโช่ มอนเรอัลอาร์เซน่อล เจอปัญหาเดี้ยงรุมไม่เลิกเมื่อล่าสุด นาโช่ มอนเรอัล แบ็กซ้ายตัวหลักต้องพักอีก 2 สัปดาห์ ทำให้พลาดเกมพรีเมียร์ลีก 3 นัดซึ่งรวมถึงบิ๊กแมตช์กับแมนฯ ยูไนเต็ด

มอนเรอัล ไม่ได้เล่นให้อาร์เซน่อลตั้งแต่เกมบุกชนะฟูแล่ม 5-1 เมื่อต้นเดือนตุลาคม โดยในเกมกับวูล์ฟส์ก่อนเบรกทีมชาติ มีข่าวว่าผ่านความฟิตพร้อมลงเล่นทว่าก็ไม่มีชื่อในทีม และล่าสุดอาร์เซน่อลยืนยันว่าเจ้าตัวต้องพักอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บกำเริบ

นั่นหมายความว่า มอนเรอัล จะไม่สามารถช่วยทีมได้ในเกมนัดต่อไปที่ “ปืนใหญ่” มีคิวไปเยือนบอร์นมัธในวันอาทิตย์นี้ รวมถึงศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์กับสเปอร์ส ในสัปดาห์ต่อไป และเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ดในวันที่ 5 ธันวาคมนี้

อาการบาดเจ็บของ มอนเรอัล นับเป็นปัญหาใหญ่ของ อูไน เอเมรี่ อย่างแท้จริงเพราะไม่มีตัวเลือกอื่นที่ทดแทนได้สมน้ำสมเนื้อไม่ว่าจะเป็น เซอัด โคลาซินัช หรือ สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ รวมถึงบางนัดยังเคยโยก กรานิต ชาคา ไปแก้ขัดอีกด้วย

มาราโดนา โมโหสุดขีดขอนัดประชุมนักเตะฝั่ง อาร์เจนตินา
มาราโดนา โมโหสุดขีดขอนัดประชุมนักเตะฝั่ง อาร์เจนตินา ก่อนปลุกใจในยิงไนจีเรีย “เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดแชมป์โลกปี 1986 อดทนต่อไปไม่ไหวจึงขอนัดประชุมด่วนนักเตะทีมชาติรุ่นน้องก่อนดวลแข้งกับไนจีเรีย เกมสุดท้ายฟุตบอลโลกรอบแรก ชี้ชะตาการผ่านเข้ารอบ 16 ทีม มาราโดน่า หัวเสียกับผลงานของนักเตะรุ่นน้องเป็นอย่างมาก หลัง ลีโอเนล เมสซี ผู้สืบทอดตำนานและพวก มีผลงานที่แย่ที่สุดในฟุตบอลโลก โดยนัดแรกเสมอ ไอซ์แลนด์ 1-1 และ นัดที่สองแพ้ โครเอเชีย 0-3 สองนัดมีแค่ 1 แต้ม นัดสุดท้ายเอาชนะ ไนจีเรียให้ได้ และลุ้นให้ ไอซ์แลนด์ ไม่ชนะโครเอเชีย

ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้เตรียมลงมาคุยกับนักเตะเพื่อสร้างกำลังใจและความฮึกเหิมก่อนเกมตัดสิน รวมทั้งต้องคุยกับฮอร์เก ซัมปาโอลี กุนซือใหญ่ให้รู้เรื่อง  “เราต้องปกป้องศักดิ์ศรีของเรา ผมหัวเสีย และเสียใจมาก เพราะทุกคนสวมเสื้อทีมชาติ เราโดนทีมอย่างโครเอเชียถล่ม ไม่ใช่ทีมอย่างเยอรมัน อย่างบราซิล อย่างฮอลแลนด์ หรือ สเปน ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน สหพันธ์ฟุตตบอลอาร์เจนตินา มาเต็มทุกอย่าง ซัมปาโอลี มีคอมพิวเตอร์ประมวลผล มีโดรนส์ด้วยซ้ำ แถมด้วยผู้ช่วยทีมงานอีก 14 คน

คาวานี นำพา อุรุกวัย ดวลแข้ง รัสเซีย ซิวที่ 1 กลุ่มเอ
คาวานี นำพา อุรุกวัย ดวลแข้ง รัสเซีย ซิวที่1กลุ่มเอ ลิ่ว16 ทีมท้าย กาารแข่งขันฟุตบอลโลก 2018  ที่สนามซามารา อารีนา เป็นการลงสนามครั้งสุดท้ายในกลุ่ม เอ อุรุกวัย เจอกับ รัสเซีย  ซึ่งทั้งคู่ชนะมา 2 นัดรวด ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว สำหรับ อุรุกวัย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ใน เวิล์ด คัพหนนี้ หลังลงสนาม 2 นัด เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด และได้ชนะ ซาอุดิอาระเบีย 1-0 ทำให้การันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

ส่วนเจ้าถิ่นอย่างทัพรัสเซียได้เปิดฟุตบอลโลกด้วยการยิง ซาอุดิอาระเบีย 5-0 ก่อนจะเอาชนะอียิปต์ที่สกอร์ 3-1 ในนัดที่สอง เก็บ 6 คะแนนเต็ม พร้อมกับเข้าไปรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเกมนี้หากทีมไหนสามารถคว้าชัยชนะได้ จะเข้ารอบเป็นที่1 ของกลุ่มทันทีซึ่งออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือใหญ่ฝั่งทัพ อุรุกวัย จัดแข้งมาในระบบ 3-5-2 ผู้รักษาประตู เฟร์นานโด มุสเลรา แผงหลัง ดิเอโก โกดิน, เซบาสเตียน โกอาเตส, มาร์ติน กาเซเรส ยืนเป็นสามประสานคุมแนวรับ กลางห้าคน โรดริโก เบนตันกูร์, นาอิตัน นานเดซ, ลูกัส ตอร์เรรา, มาติอัส เบซิโน และ ดิเอโก ลาซัลต์ โดยมี หลุยส์ ซัวเรซ จับคู่กับ เอดินสัน คาวานี ล่าตาข่าย ส่วนทางด้าน รัสเซีย สตานิสลาฟ เชอร์ จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู อิกอร์ อคินเฟเยฟ แผงแบ็คโฟร์เป็น เฟดอร์ คูเดรียชอฟ, เซอร์เก อิกนาเชวิช, อิเลีย คูเตปอฟ, อิกอร์ สโมลนิคอฟ, กลางรับ โรมัน ซอบนิน จับคู่กับ ยูริ กาซินสกี, แนวรุกเป็น เดนิส เชริเชฟ, และ  อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ โดยมี อเล็กเซ มิรันชุก ยืนเป็นหน้าต่ำ ประคอง อาร์เตม ซูบา